• DATA พาเพลิน

DATA พาเลิน : “สามองค์ประกอบของการระบาด”

อัพเดตเมื่อ: เม.ย. 11


ขออนุญาตผู้อ่านทุกท่าน เปิดเฟสใหม่ของ DATA พาเพลิน กับ... "DATA พาเลิน" เรียนรู้กับทฤษฎีต่างๆ


ในเฟสนี้ จึงไม่ใช้ข้อมูลที่ผมทำใหม่นะครับ เป็นเคสหรือกรณีศึกษาล้วนๆ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยนช์แก่ผู้อ่านทุกท่าน

และในบางครั้งอาจจะมีการเชื่อมโยงกับข้อมูลใหม่ของ DATA พาเพลิน...ก็เป็นไปได้


.....................


เคสนี้คือเขียนของ"Malcolm Gladwell"

จากหนังสือชื่อ"The Tipping Point"

ว่าด้วยเรื่อง...

“สามองค์ประกอบของการระบาด”

ซึ่งผมเห็นว่าในช่วงโควิดระบาดนี้

อาจจะเกิดประโยนช์แก่ผู้อ่านทุกท่าน

ปี 1990 โรคซิฟิลิสเกิดการระบาด ในบัลติมอร์ ในรัฐแมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา และในอีก 5 ปีต่อมา มันเกิดการระบาดอย่างหนัก ในช่วงนั้นทารกที่เกิดใหม่ จะเกิดมาพร้อมโรคนี้สูงถึง 5 เท่า


ศูนย์ควบคุมโรคของอเมริกา (CDC) เชื่อว่าปัญหานี้เกิดจากโคเคน และทำให้การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันเพิ่มสูงขึ้น (ช่วงนั้นสหรัฐประสบปัญหาการลักลอบขนโคเคนจากโคลัมเบีย)

แต่จอห์น เชนิลแมน ผู้เชี่ยวชาญจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิ้นส์ เขาเห็นต่างจาก CDC


เขาเห็นว่าเป็นความล้มเหลวทางสาธารณสุขของเมืองเอง เพราะในปี 1990-1991 มีคนไข้กว่า 36,000 ราย เข้ารับการรักษา แต่เทศบาลกลับตัดงบประมาณจนบุคลากรทางแพทย์ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ (จาก 17 คน เหลือแค่ 10 คน และเหลือแค่ 3 คนในเขตนั้น ) คนไข้ก็ลดจำนวนลงเหลือ 21,000 ราย และสุดท้ายยาที่จะรักษาโรคก็ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถควบคุมการระบาดได้อีกต่อไป


แต่จอห์น พอตเตอแรต นักระบาดวิทยาชั้นนำของอเมริกา ก็นำเสนอทฤษฎีใหม่ คือการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม


ในช่วงปี 1990 บัลติมอร์มีโครงการระเบิดเพื่อรื้อถอนแฟลตการเคหะ (ซึ่งโซนนั้นเป็นศูนย์กลางอาชญกรรม,ยาเสพติดและโรคติดต่อ) และเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนหลายร้อยครัวเรือน ส่งผลให้ทุกคนในโซนนั้นต้องทยอยไปหาที่อยู่ใหม่

จากที่การระบาดของซิฟิลิสถูกจำกัดวงอยู่ในแค่บัลติมอร์ การย้ายถิ่นครั้งนี้กลับทำให้เชื้อซิฟิลิสแพร่กระจายไปยังเขตเมืองอื่น ตามการย้ายถิ่นฐานผู้คน


"Malcolm Gladwell"ผู้เขียน กำลังนำเสนอให้เราเห็นว่า แค่การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เกิดการระบาดจนเกินการควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เป็นพาหะ ตัวเชื้อโรคเอง หรือสภาพแวดล้อม


"Malcolm Gladwell" ใช้คำว่า... "กฎที่ว่าด้วยคนส่วนน้อย"


"Malcolm"นำเอาอีกเคสหนึ่งที่เมืองโคโรราโด้สปริงส์ ในรัฐโคโรราโด้ ซึ่ง"จอห์น เชนิลแมน"ได้เคยทำการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์การระบาดของโรคหนองในจากผู้ป่วยทุกรายที่เข้ามารักษาในคลินิกจำนวน 768 คน


เขาพบว่า มีอยู่ 600 คน ที่ไม่ได้แพร่เชื้อหนองในให้ใครเลย หรือแพร่ให้คนใกล้ชิดเพียงคนเดียวเท่านั้น (ผัวเดียว-เมียเดียว) ส่วนตัวการการแพร่ระบาดคือ 168 คนที่เหลือ ที่มีพฤติกรรมเป็นขาประจำตามบาร์ โดยทั้ง 168 คนเป็นพวกชอบเที่ยวกลางคืน และเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำ

168 คนกับพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้การแพร่ระบาดของโรคลุกลามออกไป


เขายังเพิ่มเติมอีกว่า การระบาดของโรคหนองในพุ่งสูงสุดในฤดูร้อน แต่เมื่อเข้าฤดูหนาว อากาศหนาวเย็น ผู้คนไม่ออกจากบ้านเที่ยวกลางคืน ตัวเลขก็ลดลง


ที่ "Malcolml"ใช้คำว่า กฎที่ว่าด้วยคนส่วนน้อย ซึ่งมันเหมือนกับกฏ 80/20 อันโด่งดังของฝั่งเศรษฐศาสตร์ (ทฤษฏีจากปี 1960 โดย วิลเฟรโด้ ปาเรโต้ นักเศรษฐศาสตร์อิตาลี )


"อาชญากร 20% เป็นผู้ก่ออาชญากรรม 80%" "ผู้ขับขี่แย่ๆ 20% ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน 80% "


กฏ 80/20 ดั้งเดิมของ "ปาเรโต้" บอกว่า... "ประชากร จำนวน 20% ครอบครองความร่ำรวย 80%" (เขาศึกษาเรื่องการกระจายตัวของรายได้และความมั่นคงที่ไม่เท่ากันภายในประเทศ)


กฏ 80/20 ถูกต่อยอดมาในทุกๆเรื่อง เรื่องการบริหารงาน, ทรัพยากร หรือแม้กระทั่งเรื่องพฤติกรรมทางสังคม ฯลฯ


.....................


จากกรณีศึกษานี้ เราสามารถเชื่อมโยงกับในช่วงการระบาดของโควิดได้มั้ย


"อะไรที่เป็นต้นเหตุเพียง 20% ที่จะนำพาผลลัพธ์มาให้เราถึง 80%"


"ผู้ติดเชื้อ 20% มีโอกาสจะไม่แสดงอาการภายใน 14 วัน มากถึง 80%"


"ผู้ติดเชื้อ 20% มีโอกาสเสียชีวิต 80%"


"ผู้ติดเชื้อ 20% มีโอกาสรักษาหาย 80%"


"ผู้ที่ยังใช้ชีวิตปกติ ไม่ปรับตัว ไม่ใส่หน้ากาก และยังออกจากบ้านจำนวน 20% มีโอกาสถึง 80% ที่จะติดเชื้อ"


"ผู้ที่อยู่บ้านเพื่อชาติ เว้นระยะห่างจากสังคมจำนวน 20% มีโอกาสไม่ติดเชื้อโควิดเลยถึง 80%"


"บุคลากรทางการแพทย์เพียง 20% สามารถรักษาผู้ติดเชื้อได้ถึง 80%" (Saveบุคลากรทางการแพทย์)


ทั้งหมดนี้ผมแค่เชื่อมโยงเหตุการณ์ปัจจุบัน บนพื้นฐานของกฏ 80/20 นะครับ


ฝากทุกคนต่อยอดและเชื่อมโยงกันด้วยครับ

ขอบพระคุณทุกการติดตามครับ


.....................


ให้กำลังใจ กด ❤️ได้นะครับ


รับประกันจะสรรหาเรื่องราวข้อมูลใหม่ๆ

มาให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้ต่อยอดทางความคิดกันตลอดครับ

ขอบพระคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน

ขอบพระคุณทุกการติดตาม

DATA พาเพลิน

DATA-PAPLEARN

ดู 6 ครั้ง
 

DATA พาเพลิน

©2020 by www.data-paplearn.com. Proudly created with DATA-PAPLEARN