• DATA พาเพลิน

DATA พาเพลิน #3 : "ความสวยงาม ภายใต้หน้ากาก"

อัพเดตเมื่อ: เม.ย. 11


ตั้งแต่ปลายปีจนถึงต้นเดือนที่ผ่านมา ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง ประกอบช่วงนี้ที่มีข่าวการระบาดของไวรัสโคโรน่า ผู้คนเริ่มใส่หน้ากากอนามัยกันมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นความคุ้นชินทางสายตาไปโดยปริยาย


ช่วงนี้ผมสังเกตให้ผู้หญิงหลายต่อหลายคน ใช้หน้ากากอนามัยกันอย่างมาก เลยมีคำถาม(โง่ๆ)ในใจขึ้นมาว่า การที่ผู้หญิงใช้หน้ากากอนามัย มันจะส่งผลกระทบต่อบรรดาเครื่องสำอางบนใบหน้าของเธอหรือไม่?, การใช้เครื่องสำอางของเธอ ลดลงหรือไม่? (เพราะหน้ากากอนามัยปิดไปครึ่งหน้า) จนไปถึงยอดขายของเครื่องสำอางลดลงหรือไม่?

(1A)

ต้องเรียนตามตรงว่า คำถาม(โง่ๆ) นี้...ผมคิดในมุมผู้ชายว่า ถ้าส่วนไหนเธอเปิดเป็น Pubilc เธอจะใช้เครื่องสำอางในส่วนนั้น และถ้าส่วนไหนเธอปิดเป็น Private ไว้ (ส่วนที่อยู่ในหน้ากากอนามัย) เธอก็ไม่จำเป็นต้องใช้มันสิ!

เพื่อให้แน่ใจกว่าเดิม ผมสอบถามโดยตรงกับบรรดาเหล่าคุณเธอรอบๆตัว และพวกเธอก็ถามคำถามกลับมาว่า..."นี่พี่ใช้อะไรคิดคะ" (555 ก็บอกแล้วว่ามันเป็นคำถามโง่ๆ)

พวกเธอให้เหตุผลเหมือนกันทุกคนว่า...

"พี่...ผู้หญิงไม่สามารถแต่งหน้าแบบครึ่งหน้า เหมือนที่พี่คิดได้หรอกนะ เค้าต้องแต่งกันทั้งหน้า แป้งก็ต้องลงทั้งหน้า จะมาลงแค่ครึ่งหน้า...ใครเค้าทำกันพี่" (กรุณาอ่านในโทนเสียงสูง)

นั่นคือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะพอสรุปโพสต์นี้แบบด่วนๆได้เลยว่า...ไม่มีอะไรในโลก สามารถหยุดยั้งการแต่งหน้าและการใช้เครื่องสำอางของพวกเธอได้!

ไหนๆผมก็เปลืองตัว(และเจ็บตัว)กับเรื่องนี้อยู่พอควร ผมลองถาม"กู๋" ดูดีกว่า เผื่อว่าจะมีข้อมูลอะไร นอกเหนือจากนี้ให้พอเห็นได้บ้าง


.....................


(1B)

จะจากสอบถามบรรดาเหล่าคุณเธอในเบื้องต้น ผมต้องการทราบข้อมูลว่า เครื่องสำอาง 4 อย่างบนใบหน้า ที่ผู้หญิงมักจะขาดไม่ได้เลย มีอะไรบ้าง และนี่คือคีย์เวิร์ดที่ได้รับ...

1.แป้งฝุ่น

2.ลิปสติก

3.ดินสอเขียนคิ้ว

4.อายไลเนอร์

ผมเลือกช่วงเวลา 5 ปีย้อนหลัง (2558-2562) ค้นหาเฉพาะในประเทศไทย

และนี่คือผลลัพธ์...

(2)

ดูเหมือนว่า ในบรรดา 4 จตุรเทพเครื่องสำอาง คำค้นหา"ลิปสติก" (เส้นสีแดง) ดูจะโดดเด่นกว่าใครเพื่อน และยอดเจดีย์เส้นสีม่วง คือการค้นหาคำว่า"หน้ากากอนามัย" ในช่วง 13-19 มกราคม พ.ศ.2552 ที่ผ่านมา

มาถึงตรงนี้ มีคำที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาอยู่มาก แต่ก่อนจะไปกันต่อ ผมเกิดมีความสงสัยถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อเครื่องสำอางของผู้หญิง (โดยไม่ไปข้องเกี่ยวกับตัวเลขทางการตลาดนะครับ) แค่อยากรู้ว่า การใช้คำค้นหาเกี่ยวกับเครื่องสำอางของเธอ มันจะสามารถบอกได้บ้างมั้ยว่า เธอจะซื้อมัน!

ผมเลยนำคำค้นหาทั้งหมด แยกเป็นหมวดหมู่ได้ 4 ลักษณะ ซึ่งวิธีการนี้จะคล้ายๆกับการเรียนรู้คีย์เวิร์ดในการทำ SEO ซึ่งวิธีการของผมง่ายกว่านั้นเยอะ ให้คุณลองนำภาพสิงโตที่กำลังล่ากวางในทุ่งหญ้าสะวันนาดู โดยแบ่งเป็นลักษณะคีย์เวิร์ด ดังนี้


1.คีย์เวิร์ดไร้การควบคุม (สิงโตเพิ่งตื่นนอน เบลอๆ)

เป็นคีย์เวิร์ดกว้างโคตรๆๆ เมื่อทำการหาข้อมูล จะมีการผสมข้อมูลอื่นๆเข้ามามากจนเกินไป และถึงขั้นบางที กลายเป็นเรื่องอื่นเสียด้วยซ้ำ

ยกตัวอย่างเช่น เราใช้คีย์เวิร์ดว่า "แป้งฝุ่น" แต่มีคำเกี่ยวข้องคือ "แป้ง" ซึ่งหากเราเข้าไปดูข้อมูลในคำว่า"แป้ง"จะพบว่า มันมีทั้งแป้งผสมอาหาร, ชื่อคน, แป้งเด็ก เป็นต้น


2.คีย์เวิร์ดระยะสนใจ/เคลื่อนไหว (สิงโตเริ่มสังเกตเห็นกวาง)

ลักษณะคือ พิมพ์คีย์เวิร์ด แล้วตามด้วย ลักษณะที่ต้องการ เช่น ดีหรือไม่ รีวิว ราคา แต่ในลักษณะนี้ต้องไม่มีชื่อของแบรนด์สินค้ารวมอยู่ในการค้นหา


3.คีย์เวิร์ดระยะเข้าใกล้ (สิงโตวิ่งไล่กวาง)

ลักษณะนี้จะแบ่งเป็น 2 ประเภท

ประเภทแรก คือ พิมพ์คีย์เวิร์ด บวกชื่อของแบรนด์สินค้า แล้วตามด้วย ดีหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น แป้งฝุ่น...ชื่อของแบรนด์สินค้านี้...ดีไหม

ประเภทที่สอง คือ ชื่อของแบรนด์สินค้า* อย่างเดียว

(*เหตุผลที่ ชื่อของแบรนด์สินค้า อยู่ในระยะนี้ เพราะว่าในชื่อแบรนด์สินค้า มีสินค้าที่เกี่ยวกับเครื่องสำอางหลากหลายชนิด และบอกไม่ได้ว่าผู้ค้นหาโฟกัสไปที่คีย์เวิร์ดที่เราต้องการหาข้อมูลจริงๆหรือไม่)


4.คีย์เวิร์ดระยะประชิด (อีกระยะ 10 ซม.สิงโตจะกัดเข้าที่คอของกวาง)

ลักษณะนี้จะแบ่งเป็น 2 ประเภท

ประเภทแรก คือ คีย์เวิร์ด บวกชื่อของแบรนด์สินค้า อย่างเดียว

ประเภทที่สอง คือ คีย์เวิร์ด บวกชื่อของแบรนด์สินค้า แล้วตามด้วย รีวิว ราคา เป็นต้น


คราวนี้ลองมาดูข้อมูลที่ได้จากคีย์เวิร์ดทั้ง 4 กัน

1.แป้งฝุ่น

2.ลิปสติก

3.ดินสอเขียนคิ้ว

4.อายไลเนอร์





สิ่งที่เราได้จากคำที่เกี่ยวข้อง ผมสนใจคำว่าที่"ลิปสติก"มากที่สุด


(7)

เพราะจากกราฟ (เส้นสีแดง) และเปอร์เซนต์ของคำที่เกี่ยวข้อง พอจะบอกผู้ชายอย่างเราได้ว่า...ผู้หญิงกับลิปสติก เป็นของคู่กันอย่างไม่อาจจะแยกออกจากกันได้

...คำค้นหาที่สูง บวกกับเปอร์เซ็นต์คีย์เวิร์ดในระยะประชิดที่มากถึง 48% (สูงสุด) คุณผู้หญิงที่อ่านมาถึงตรงนี้ น่าจะเข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างดีที่สุด

- ผู้หญิงไม่เคยมีลิปสติกแท่งเดียว ตั้งแต่เกิดจนตาย

- ลิปสติกมีมากมาย หลากหลายยี่ห้อ / เฉดสี / เนื้อสัมผัส

- การใช้งานบ่อย ต้องคอยเติม ทำให้ "ลิปสติก" มีอายุการใช้งานที่สั้น เมื่อหมดก็ต้องหาซื้อใหม่

ผมว่าธุรกิจเครื่องสำอางในทุกวันนี้ คือ Red Ocean แล้ว แต่พอโฟกัสไปที่ลิปสติก ผมคิดว่ามันคือ Super Red Ocean!


.....................


ผมยังไม่หยุดแค่นี้ ผมขอตามต่อไป โดยขอขยายภาพให้กว้างขึ้นไปอีก

ผมเลือกช่วงเวลา ย้อนหลังไป 16 ปี (2547- ปัจจุบัน) ค้นหาเฉพาะในประเทศไทย และนี่คือผลลัพธ์...

(8)

จากกราฟ ลักษณะเหมือนกับการดูข้อมูลในช่วง 5 ปีย้อนหลัง และคีย์เวิร์ด

คำว่า"ลิปสติก"ก็สูงเด่นเป็นสง่า มีกราฟเส้นสีม่วงที่เป็นยอดเจดีย์สูงอยู่ นั่นคือคีย์เวิร์ดคำว่า"หน้ากากอนามัย" มันถูกค้นหาอย่างมากในปี พ.ศ. 2552 (2009) นั่นคือช่วงของการระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009

และที่ผมสังเกตต่อไปคือ มันมีการยกตัวของคำค้นหาที่เกี่ยวกับเครื่องสำอาง (เส้นประ) และเส้นกราฟก็วิ่งขึ้นต่อเนื่อง แสดงว่าอาจมีบางอย่างที่กระตุ้นให้เกิดการค้นหา เป็นการจุดประกายให้ตลาดเครื่องสำอางในบ้านเราเป็นทะเลแด๊งแดง

ผมใช้วิธีการสอบถามกับบรรดาคุณผู้หญิงรอบๆตัวอีกครั้ง โดยผมอยากรู้ว่า อะไรทำให้ตลาดเครื่องสำอางเติบโตแบบก้าวกระโดด..."เกาหลี" ..."เครื่องสำอางเกาหลี" ผมได้ข้อมูลมาแบบนั้น

"เครื่องสำอางเกาหลี" อาจเป็นคีย์เวิร์ดที่กว้างเกินไปในความคิดผม

ผมเลยถามพวกเธอว่า แล้วแบรนด์ไหนเป็นที่นิยม เธอบอกว่ามี 2 แบรนด์

... อีทูดี้ และ สกินฟู้ด (2 แบรนด์นี้คือสิ่งที่ผู้หญิงชาติภพนี้ต้องรู้จัก)

ผมเลยจัดซะเลย และนี่คือผลลัพธ์คำค้าหาที่เกิดขึ้น...

(9)

เห็นได้ว่า 2 แบรนด์นี้ตีคู่กันมาอย่างชัดเจน เมื่อเห็นข้อมูลตรงนี้ผมคิดว่า มันต้องมีตัวการในการนำพาเครื่องสำอาง 2 แบรนด์นี้มาแน่นอน และสิ่งที่ผมนึกได้ก็คือ"ซีรี่ย์เกาหลี"


ผมเข้าไปค้นหาข้อมูลของซีรี่ย์เกาหลีทั้งหมด และได้คัดเลือกเรื่องจนเหลือ 5 เรื่องถ้วน

1.Full House

2.Princess Hours

3.Coffee Prince

4.Sungkyunkwan Scandal

5.Descendants of the sun

และนี่คือผลลัพธ์ที่ได้...

กราฟเส้นสีฟ้า คือ "Full House" ที่นำแสดงโดยซุปเปอร์สตาร์เอเชียอย่าง "เรน" ส่วนกราฟสีม่วงคือเรื่อง Descendants of the sun กับซงจุงกิ สามีแห่งชาติของผู้หญิงไทยหลายๆคนในช่วงนั้น


ผมนำ timeline คำค้นหาของเครื่องสำอาง อีทูดี้ และ สกินฟู้ด มาวางเทียบกับคำค้นหาข้อมูลของซีรี่ย์เกาหลี และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น...

เป็นไปได้มั้ยว่า...ตลาดเครื่องสำอางที่เติบโตและกระจายตัวอย่างรวดเร็วในทุกวันนี้ ถูกจุดพลุนัดแรกขึ้นจากซีรี่ย์เกาหลี! เรื่อง "Full House"


.....................


โพสต์ที่ 3 ของ DATA พาเพลิน ขอจบลงเพียงเท่านี้


ให้กำลังใจ กด ❤️ได้นะครับ


รับประกันจะสรรหาเรื่องราวข้อมูลใหม่ๆ

มาให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้ต่อยอดทางความคิดกันตลอดครับ

ขอบพระคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน

ขอบพระคุณทุกการติดตาม

DATA พาเพลิน

DATA-PAPLEARN

***หมายเหตุ DATA ข้อมูลที่เกิดขึ้นในโพสต์นี้ เป็นการรวบรวมข้อมูลคำค้นหาบนแพลตฟอร์มของกูเกิ้ลอย่างเดียวเท่านั้น ข้อมูลและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากการรวบรวมและบันทึก ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ผู้เขียนและทีมงาน DATA พาเพลิน มีเจตนารมณ์เพื่อให้ชุดข้อมูลดังกล่าว เกิดการต่อยอดทางความคิดแก่ผู้อ่าน ไม่ได้มีความประสงค์จะชี้นำในเรื่องใดๆแต่อย่างใด

ดู 7 ครั้ง
 

DATA พาเพลิน

©2020 by www.data-paplearn.com. Proudly created with DATA-PAPLEARN